ประวัติการศึกษาภาษาจีนในไทย - 泰国华文学校史

 

ประวัติการศึกษาภาษาจีนในไทย (6)
ผ่านประสบการณ์ของอจ.อารี ภิรมย์ ยุคการฑูตใต้ดิน

 

ไม่ไปฉลองวันชาติที่สถานทูตไต้หวัน (2)


ระหว่างที่อาจารย์วงศ์ ธ. พุกประยูร  อยู่ในตำแหน่งหัวหน้ากองโรงเรียนราษฎร์ ท่านมีส่วนรับรู้เรื่องผมถูกจับอยู่กับใจท่านเอง ต่อมาเมื่อท่านได้ เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไปจากหัวหน้ากองโรงเรียนราษฎร์ ท่านได้ชี้แจงเรื่องผมต่ออาจารย์ประยูร สวัสดิสิงห์ ผู้มารับตำแหน่งแทนอาจารย์ประยุทธ จึงมีความเข้าใจและเห็นใจผมด้วย ระหว่างที่อาจารย์ประยุทธอยู่ในตำแหน่งจึงเข้มงวดกวดขันโรงเรียนสว่างวิทยาด้วยความเป็นธรรมอย่างถูก ต้องเหมาะสม ไม่ยอมรับสินบนเพื่อหาเรื่องปิดโรงเรียนผม เช่นเดียวกับอาจารย์วงศ์ ธ. พุกประยูร

 

แต่หัวหน้ากองคนต่อมาพยายามหาเรื่องทุกอย่างหมายจะปิดโรงเรียนผมให้ได้ แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งความเป็นธรรมไม่ยอมเข้าข้างผู้มีเจตนาร้ายที่ ไร้ศีลธรรม จึงบันดาลให้เขาต้องย้ายจากตำแหน่งหัวหน้ากองโรงเรียนราษฎร์ไปอยู่ที่อื่น ดังเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อไปนี้

 

หัวหน้ากองโรงเรียนราษฎร์คนนั้น ไปตรวจโรงเรียนสว่างวิทยาตัวตนเอง ไปถึงก็วางอำนาจติโน่นว่านี่ ติว่าตรงหัวบันไดซึ่งใช้มาเกือบยี่สิบปีแล้วมืด
มาก ให้รื้อฝาข้างบันไดออก เอากระจกบานใหญ่ใส่เข้าไปให้สว่าง ห้องอาหารนักเรียนก็มืด ต้องใส่กระจกบานใหญ่ให้สว่าง ห้องเรียนด้านหลัง
ห้องครูใหญ่ก็มืด ต้องใส่กระจกบานใหญ่ให้สว่าง ทำให้โรงเรียนต้องเสียเงินหลายพันบาท

 

เมื่อผมถูกจับปล่อยตัวพ้นข้อหาเป็นอิสระออกมาแล้ว  ครูใหญ่ผู้รับมอบฉันทะทำการแทนเจ้าของผู้จัดการ ขอคืนหน้าที่ให้ผมทำตามเดิม ผมยื่น
เรื่องราวรับหน้าที่เข้าบริหารงานอยู่ตั้งปีแล้ว อยู่ ๆ ก็มีหนังสือราชการด่วน เรียกตัวไปพบ ผมพบแล้วท่านสั่งด้วยปาก “ไม่ให้ผมทำงานในตำแหน่ง
เจ้าของผู้จัดการโรงเรียน”

 

ผมจึงย้อนถามว่า “เพราะเหตุใดจึงสั่งห้ามด้วยปากเช่นนี้ แล้วงานในตำแหน่งทั้งสองจะให้ใครทำ  มีเหตุผลอะไรเป็นข้ออ้าง ต้องสั่งด้วยลาย ลักษณ์อักษร ผมจึงจะพิจารณาปฏิบัติตามให้ถูกต้องได้”

 

พอถามเข้้าท่านเลยให้ผมอกจากห้องไปหาหัวหน้าแผนก   พบหัวหน้าแผนกก็บอกว่าเป็นเรื่องของหัวหน้ากอง ผมจึงถือหนังสือราชการด่วนที่ เรียกตัวผมมาพล แต่สั่งงานด้วยปากขึ้นไปหาผู้ใหญ่และเล่าเรื่องให้ผู้ใหญ่ฟังโดยตลอด ต่อมาไม่กี่วันได้ข่าวว่าท่านหัวหน้ากองผู้ไม่น่านับถือถูกย้ายไปแล้ว นี่คือเหตุการณ์เรื่องหนึ่งที่ได้ประสบด้วยตนเอง

 

วันหนึ่งในปี พ.ศ. 2510 จำดือนและวันที่ไม่ได้แล้ว นายตำรวจสันติบาล ผู้หนึ่งขับรถจิ๊ปเข้ามาหาผมในโรงเรียน ผมเห็นจึงรีบออกไปต้อนรับถึงรถ
ถามยัวะว่า “จะมาจับผมอีกหรือ?”

 

ท่านตอบว่า “เวลานี้ไม่มีใครจะจับคุณอีกแล้ว รัฐมนตรีมหาดไทยคุณยังฟ้องเป็นจำเลยแล้วใครจะมาจับคุณเล่า? แต่เขาคิดจะปิดโรงเรียนคุณ ผม สงสารนักเรียนและครูจึงมาบอกให้รู้เรื่องว่ามีคนต้องการจะปิดโรงเรียนนี้ให้ได้ แต่คุณก็สู้ให้รอดมาได้จนถึงเวลานี้ คราวนี้โรงเรียนกำลังตกอยู่ใน
อันตรายมาก เพราะทางกองโรงเรียนราษฎร์เขาหาทางใหม่ ส่งเจ้าหน้าที่มาติดต่อกับตำรวจสันติบาล สมคบกันเอาประวัติการถูกจับของคุณไปเป็น
ข้ออ้างว่า คุณขาดคุณสมบัติในการเป็นเจ้าของผู้จัดการโรงเรียนจะได้สั่งถอนใบอนุญาตเจ้าของผู้จัดการจากคุณ เมื่อถอนเจ้าของผู้จัดการคนเก่า
ออกเพราะอ้างว่าขาดคุณสมบัติ กระทรวงเขาไม่ให้โรงเรียนราษฎร์สอนภาษาจีน แต่งตั้งคนใหม่มาแทน โรงเรียนก็ต้องปิด ไม่มีปัญหา หนังสือ
จากสันติบาลถึงกองโรงเรียนราษฎร์ที่เขาช่วยกันร่างขึ้นมีความว่า คุณอารี ภิรมย์ ถูกจับเป็นคอมมิวนิสต์หลายหน เวลานี้อยู่ในระหว่างรอการเนรเทศตลอดชีวิต” หนังสือฉบับนี้ได้ผ่านสารวัตรแผนก หัวหน้ากองผู้กำกับและ ผู้บังการสันติบาล ขึ้นไปสู่ผู้อำนวยการสืบสวนกลาง เพื่อลงนามส่งไปกระทรวงศึกษาแล้ว ถ้ากองโรงเรียนราษฎร์ได้รับหนังสือตอบจากตำนวจฉบับ นี้ ก็จะถือเป็นหลักฐานว่าเจ้าของผู้จัดการขาดคุณสมบัติ ต้องสั่งถอนใบอนุญาตเจ้าของผู้จัดการแน่ ๆ เมื่อถอนใบอนุญาตคนเก่าออก ตั้งคนใหม่ ขึ้นรับหน้าที่แทนไม่ได้ ก็เท่ากับสั่งปิดโรงเรียนอยู่ในตัวแล้ว หนังสือเสนอถึงผู้การสอบสวนกลางพรุ่งนี้แล้ว ฉะนั้นคุณอารีต้องรีบไปหาท่าน พูดให้ ท่านรู้เรื่อง และขอให้ท่านช่วยก่อนลงนามพรุ่งนี้”

 

<<<ย้อนกลับ

หน้าถัดไป>>>