ประวัติการศึกษาภาษาจีนในไทย - 泰国华文学校史

 

ประวัติการศึกษาภาษาจีนในไทย (5)
ผ่านประสบการณ์ของอจ.อารี ภิรมย์ ยุคการฑูตใต้ดิน


 

ไม่ไปฉลองวันชาติที่สถานทูตไต้หวัน (1)

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2495 โรงเรียนผมได้รับหนังสือจากสถานทูตจีน ไต้หวัน สั่งให้ครูพานักเรียนไปร่วมฉลองวันชาติจีนที่สถานทูตในวันที่ 10 ตุลาคม 8.00 น.

 

คณะของอารีย์ ภิรมณ์พบประธานเหมาเจ๋อตง

คณะของอจ.อารีย์ ภิรมณ์ ซึ่งเป็นคนไทยคณะแรกที่ได้เข้าพบประธานเหมาเจ๋อตง ในวันที่ 21 ธันวาคม 2498 เวลา 13.00 น. ซึ่งมีประธานเหมาเจ๋อตง โจวเอินไหล และเผิงเจิน เป็นต้น อันเป็นยุคการฑูตใต้ดินของไทย ก่อนที่นายกรัฐมนตรี มรว. คึกฤทธิ์ ปราโมท จะเปิดสัมพันธ์ทางการฑูตกับจีนในภายหลัง

 

ผมไม่เห็นด้วย  จึงนำหนังสือสถานทูตไปหาอาจารย์วงศ์ ธ.พุกประยูร หัวหน้ากองโรงเรียนราษฎร์ที่กระทรวงศึกษา ปรึกษาท่านว่าผมควรจะทำ อย่างไรดี เพราะผมเป็นข้าราชการไทย ตั้งโรงเรียนราษฎร์ขึ้นสอนภาษาจีนตามหลักสูตรเทียบกระทรวงศึกษาสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง ขออนุญาตตั้งและจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเป็นตัวอย่างโรงเรียนเถื่อน ทั้งหลายให้ไปจดทะเบียน มิใช่โรงเรียนจีนจะให้พาครูและนักเรียนไปร่วมฉลองวันชาติจีนที่สถานทูต ผมไม่เห็นด้วย แต่ถ้าขัดขืนไม่ไป จะต้องถูก หาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ต้องถูกจับแน่ และโรงเรียนอาจถูกปิดด้วย  เพราะอิทธิพลทางการเมืองของสถานทูต ร่วมกับอำนาจการเงินพวกเขามีมาก เขาจะให้สินบนจ้างใครทำอะไรผมก็ได้ เวลานี้พวกเขาก็พยายามหาความใส่ร้ายผมอยู่แล้ว

 

ท่านหัวหน้ากองชี้แจงว่า “อยู่เมืองไทย อำนาจอิทธิพลทางราชการไทย เขาจะปิดโรงเรียนคุณไม่ได้ มิใช่โรงเรียนจีนของสถานทูต จะปล่อยให้ครูพานักเรียนไปฉลองวันชาติจีนที่สถานทูตเหมือนเมืองจีนไม่ได้ คุณอารี ทำถูกแล้ว ไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพลสถานทูต”

 

เมื่อผมลาท่านออกจากห้อง เห็นท่านยกโทรศัพท์ขึ้นพูดถึงเรื่องมิให้ครูพา นักเรียนไปฉลองวันชาติที่สถานทูต คล้ายพูดกับคุณอรรณพ พุประยูร น้องชาย ซึ่งเป็นอัศวินแหวนเพชรขณะนั้น

 

การฉลองวันชาติที่สถานทูตไต้หวัน พ.ศ. 2495 ไม่สนุกคึกคักเหมือนปีที่แล้ว ๆ มา  ได้ข่าวว่าเพราะตำรวจสันติบาลไปสั่งห้ามตามโรงเรียนสอนภาษาจีนมิให้ครูพานักเรียนไปร่วมฉลอง

 

ต่อมามีข่าวพูดกันในหมู่นักหนังสือพิมพ์จีนว่า ผมเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ พวกเขาจึงโกรธผมาก

 

ในหนึ่งเดือนต่อมา มีการจับกุมขบถสันติภาพและการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2495 ผมจึงถูกจับในข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ด้วย เป็นการถูกจับครั้งแรก ต่อมาถูกจับครั้ง 2-3- 4-5 ติดต่อกันมาดังกล่าวแล้ว เตชะบุญที่โรงเรียนไม่ถูกปิดตามผมไปด้วย ทั้งนี้เพราะท่านหัวหน้ากองโรงเรียนราษฎร์ทราบต้นเหตุที่ผมถูกจับเห็นใจผมมากจึงไม่เซ็นสั่งปิดโรงเรียนตามที่เจ้าหน้าที่เสนอขึ้นไป เพราะการปฏิบัติงานระหว่างถูกจับ ผมได้มอบฉันทะให้ครูใหญ่ทำหน้าที่เจ้าของผู้จัดการแทนโดยถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับทุกอย่างแล้ว และผมยังมิได้รับโทษเพราะมีความผิดประการใด ขั้นต้นนี้ถูกจับเพียงฐานสงสัยเท่านั้น โรงเรียนจึงตั้งอยู่ได้

 

เรื่องโรงเรียนไม่ถูกปิดเพราะเจ้าของผู้จัดการถูกจับนี้ ผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐมถึงกับตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการขึ้นในสภา

 

ท่านรัฐมนตรีหม่อมหลวงปิ่นฯ ตอบว่า เรื่องไม่ปิดโรงเรียนตามเจ้าของผู้จัดการถูกจับในข้อหามีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์นี้ ต้องกลับไปกระทรวงถามกองโรงเรียนราษฎร์ เอาข้อเท็จจริงมาตอบคราวหน้า (เมื่อท่านรัฐมนตรีถามไป ก็ได้รับคำชี้แจงว่าเจ้าของผู้จัดการโรงเรียนถูกจับเพียง ฐานสงสัยเท่านั้น ยังไม่เคยรับโทษเพราะมีความผิด  จะปิดโรงเรียนเขาย่อมทำไม่ได้) การประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อมา ท่านรัฐมนตรีได้ตอบกระทู้ถามผู้แทนราษฎรนครปฐมตามเหตุผลดังกล่าว เรื่องจึงเงียบไป
จึงเห็นได้ว่ามีผู้คิดปิดโรงเรียนผมทุกวิถีทางอยู่ตลอดเวลา

 

<<<ย้อนกลับ

หน้าถัดไป>>>