ประวัติการศึกษาภาษาจีนในไทย - 泰国华文学校史

 

ประวัติการศึกษาภาษาจีนในไทย (4)
ผ่านประสบการณ์ของอจ.อารี ภิรมย์ ยุคการฑูตใต้ดิน

 

ตั้งโรงเรียนราษฏร์สอนภาษาจีน

 


หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวจีนตั้งโรงเรียนและสมาคมโดยไม่ขออนุญาต และจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฏหมายมากมาย คนจีนทั่วไปไม่เห็นชอบกับการกระทำเช่นนี้ แต่พูดไม่ออก เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดี


 

รัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เวลานั้นได้ประกาศชักชวนให้ผู้ต้องการตั้งโรงเรียนราษฏร์สอนภาษาจีนตามหลักสูตรเทียบกระทรวงศึกษาธิการสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง

 

ขณะนั้นเพื่อนผมหลายคนได้ชักชวนผมร่วมตั้งโรงเรียนราษฏร์สอนภาษาจีนขึ้นตามความประสงค์ของรัฐบาลจะได้เป็นตัวอย่างแก่ผู้ที่ตั้งโรงเรียนเถื่อนทั้งหลาย

 

เมื่อเพื่อนมีเจตนาเช่นนี้ ผมจึงสนับสนุนรับหน้าที่ขออนุญาตจดทะเบียน เป็นเจ้าของ และผู้จัดการโรงเรียนราษฏร์สอนภาษาจีน แห่งแรกตามที่เพื่อน ๆ ขอร้อง

 

ผมขออนุญาตตั้งและจดทะเบียนโดยถูกต้องตามกฏหมายข้อบังคับทุกอย่าง จึงมีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนจากกระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่พ.ศ.2489 ตลอดมาถึงเวลานี้ จัดเป็นผลสนองในทางดีที่ราชการให้ต่อโรงเรียนนี้ไม่น้อย แต่ถ้าพูดถึงภัยอันตรายและอุปสรรคของชีวิตที่เจ้าของผู้จัดการโรงเรียนสว่างวิทยา ได้รับมาตลอดเวลาสามสิบกว่าปี มันก็หนักและน่าหวาดเสียวพอดู ดังจะบรรยายต่อไปนี้

 

เมื่อโรงเรียนฉี่กวงหรือสว่างวิทยาของเราตั้งขึ้นแล้ว นายหลีเทียะเจิง ทูตจีนคนแรกได้เข้าเจรจากับกระทรวงศึกษา ขอเปิดโรงจีนตามเดิม กระทรวงศึกษาไม่ยอมให้เปิดโรงเรียนจีนเหมือนสมัยก่อน ที่ถูกปิดแล้ว แต่ขอให้ตั้งโรงเรียนราษฏร์สอนภาษาจีนตามหลักสูตรเทียบกระทรวงศึกษาสัปดาห์ละ 6 ชั่วโมง

 

ฝ่ายจีนอ้างว่าหนังสือจีนยากมาก ให้สอนสัปดาห์ละ 6 ชั่วโรงเป็นไปไม่ได้

 

กระทรวงศึกษาได้ยกโรงเรียนผมขึ้นอ้างเป็นตัวอย่าง ว่า “สอนได้”  ข้ออ้างนี้ทำให้ทูตจีนไม่พอใจการตั้งโรงเรียนของผม

 

ในที่สุด การเจรจาทั้งสองฝ่ายได้ตกลงให้สอนภาษาจีนได้สัปดาห์ละ 10 ชั่วโมงไม่ได้รับเงินอุดหนุนและสิทธิบางอย่างเหมือนโรงเรียนสอน 6 ชม. เมื่อการเจรจาระหว่างไทยกับจีนตกลงกันได้เช่นนี้แล้ว โรงเรียนจีนที่ถูกปิดเมื่อ พ.ศ. 2480 จึงเปิดใหม่ เป็นโรงเรียนราษฏร์สอนภาษาจีนที่จดทะเบียนกันโดยถูกต้องตามกฏหมาย  โรงเรียนเถื่อนที่ตั้งขึ้นโดยไม่ขออนุญาตก็ค่อย ๆ หมดไป

 

แต่การที่ผมตั้งโรงเรียนเป็นตัวอย่างเช่นนี้ ได้เป็นเหตุให้ถูกใส่ความว่าเป็นการกระทำของพวกคอมมิวนิสต์ โรงเรียนผมถูกหมายหัวไว้แต่แรกว่า จะต้องหาเรื่องปิดให้ได้ เมื่อผมรู้เช่นนี้จึงต้องกำชับกวดขันครูในโรงเรียนให้ช่วยกันระัมัดระวังพฤติการณ์ของครูและนักเรียน อย่าให้มีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้น ก่อนไปทำงานตอนเช้าและกลับจากงานตอนเย็นต้องไปตรวจสอบผลงานและสอบถามความเคลื่อนไหวของครูที่โรงเรียนทุกวัน  แต่ไม่มีเวลาไปกวดขันโรงเรียนกลางคืน เพราะผมไม่ไปควบคุมและนักเรียนกลางคืนส่วนมากโตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้ว จึงถูกหาเรื่องปิดเป็นโรงเรียนแรก

 

ผู้ใหญ่ในกระทรวงศึกษาหลายคนขณะนั้น รู้สถานการณ์เวลานั้นดีจึงเข้าใจ และเห็นใจผมมาก เห็นว่านักเรียนกลางวันเป็นเด็กเล็ก ง่ายแก่การควบคุมต้องขอให้ครูกวดขันช่วยกันประคับประคองไว้ อย่าให้เขาหาช่องทางหาเรื่องได้ ปลอบใจผมอย่าท้อใจเบื่อโรงเรียนทิ้งไปง่าย ๆ เราต้องช่วยกันเข้มงวดกวดขัน โรงเรียนสง่างวิทยาจึงตั้งอยู่ได้จนถึงเวลานี้ ทั้ง ๆ ที่โรงเรียนราษฏร์สอนภาษาจีนที่ตั้งขึ้นใหม่ถูกปิดหมด เพราะถูกหาว่าเป็นโรง เรียนฝ่ายซ้าย

 

<<<ย้อนกลับ

หน้าถัดไป>>>