|
หนทางอันยากลำบากของทิเบตยุคใหม่
บนที่ราบสูงชิงจ้างแห่งนี้ ผู้กล้ารุ่นแล้วรุ่นเล่าที่ขี่ม้าตัวสูงใหญ่โดยไม่เกร็ง กลัวต่ออันตราย มุ่งสู่โลกภายนอกแห่งที่ราบสูง เพื่อแลกเปลี่ยนสินค้าที่ จำเป็น แสวงหาความรู้ และชีวิตที่ดีกว่า.....
จนเมื่อสถาปนาประเทศจีนยุคใหม่ในช่วงต้น ทิเบตก็ยังคงอยู่ในยุคมืดที่ เลวร้ายกว่ายุโรปยุคกลางเสียอีก ประชาชนอยู่ภายใต้การปกครองของ ศาสนจักรที่ล้าหลัง ร้อยละ 95 ของประชากรต้องกลายเป็นทาสของนาย ทาสที่มีเพียงหยิบมือเดียว คือ 5% ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวนาผู้ยาก- จนจึงไม่มีปากไม่มีเสียง
“ฤดูใบไม้ผลิพื้นคืนชีวิตชีวาให้กับสรรพชีวิตฉันใด ดอกเก๋อซัน 格桑ย่อม ต้องปานสะพรั่งบนที่ราบสูงจ้างฉันนั้น” ปี 1951 ทิเบตได้รับการปลดปล่อย อย่างสันติ ปี 1959 ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน ระบอบทาสศักดินาถูกโค่นล้มในทิเบตทาสได้รับการปลดแอกทั้งหมด ปี 1961 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทิเบต ที่ประชาชนออกเสียงเลือกตั้ง ตัวแทนของตน เดือนกันยายน 1965 อดีตทาสกลุ่มหนึ่งได้รับเลือกเป็น ตัวแทนของคณะกรรมการกลางเขตปกครองพิเศษทิเบต จึงถือว่าชาว- ทิเบตได้เข้าสู่ยุคที่กำหนดชะตาตัวเองเพื่อชีวิตที่สันติสุข
หลังการปลดปล่อยทิเบตแล้ว ก็ยังไม่มีเส้นทางหลวงใด ๆ ที่สามารถติด ต่อกับภายนอกได้ ทางรัฐบาลจีนเคยจัดขบวนคาราวานอูฐทั้งหมด 4 หมื่น ตัวเพื่อลำเลียงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น แต่เนื่องจากเงื่อนไขทาง ธรรมชาติที่เลวร้าย จึงทำให้ “นาวาแห่งทะเลทราย” ต้องล้มตายลง 12 ตัว ในทุก ๆ 1 กิโลเมตร
ปี ค.ศ. 1953 แม่ทัพมู่เซินจง 慕生忠将军ซึ่งดำรงหัวหน้าคณะกรรมการ กิจการการขนส่งของทิเบตในขณะนั้น เสนอให้สร้างทางหลวงติดต่อกับ โลกภายนอก เมื่อข่าวกระจายออกไป บนเส้นทางเดิมของเส้นทางโบราณ “ถังฝาน”唐蕃古道 คึกคักขึ้นมาทันที แต่ด้วยเงื่อนไขการก่อสร้างใน ขณะนั้น การก่อสร้างทำได้เพียงใช้ฝูงม้าชักลากไม้และสิ่งก่อสร้างขึ้นสู่ที่ ราบสูง ปีถัดมาเดือนพฤษภาคม ทางหลวงสายชิงจ้างได้เริ่มเปิดหน้าดินที่ เชิงเขาคุนหลุน
เมื่อสร้างทางหลวงชิงจ้างสำเร็จ เส้นทางนี้ถูกขนานนามว่า “คลองซูเอซ แห่งหลังคาโลก 世界屋脊上的苏伊士运河” เส้นทางนี้เริ่มจากเมือง ซีหนิง西宁แห่งมณฑลชิงไห่青海省ผ่านเมืองเก๋อเอ่อมู ่格尔木 น่าฉวี่ี ่那曲สู่จุดหมายที่กรุงลาซา拉萨รวมระยะทาง 1937 กิโลเมตร ซึ่งรอง รับการขนส่งสินค้าเข้าสู่ทิเบตถึง 80% ปลายศรรตวรรษที่ 20 รัฐบาลจีน ได้ทุ่งงบประมาณอีก 800 ล้านหยวน และใช้เวลาอีก 12 ปี เพื่อปรับผิว- ถนน จากชิงไห่青海 เก๋อเอ่อมู่格尔木ถึงกรุงลาซาในทิเบต西藏拉萨 ทำให้เส้นทางที่เคยใช้เวลาเดินทางนานหลายเดือนถึงสองปี เหลือเพียง ใช้เวลาแค่ 2 วัน
ในระหว่างที่ปรับผิวถนนสายชิงจ้างนั้น ทางมณฑลซื่อชวน 四川 หรือ เสฉวน ก็ได้สร้างถนนสายใหม่จากเฉินตู 成都 สู่กรุงลาซา ระยะทาง 2413 กิโลเมตร วิ่งผ่านภูเขาสูงชันที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง หน้าผาสูงชัน แม่ น้ำ เป็นต้น และในการก่อสร้างทางหลวงสายชวนจ้าง 川藏公路 นั้นต้อง สังเวยชีวิตทหารปลดแอกประชาชนถึง 4000 นาย
หลังจากทางหลวงสายชิงจ้าง青藏ชวนจ้าง川藏สำเร็จแล้ว ภายในไม่กี่ สิบปี ก็มีการก่อสร้างทางหลวงอื่น ๆ อีกรวม 15 สาย รวมเป็นระยะทาง กว่า 4 หมื่นกิโลเมตร ซึ่งมีสะพานข้ามกว่า 800 แห่ง เส้นทางย่อยอีกกว่า 300 เส้นทาง
ในช่วงเวลาดังกล่าว การเดินทางสู่ทิเบตโดยทางอากาศกล่าวกันว่าเป็น อันตรายยิ่ง ในวันที่ 29 เดือนพฤษภาคม 1956 นักบินชื่อ พานกั๊วติ้ง 潘国定 ได้ขับเรื่องบินบนเส้นทางปักกิ่ง-เฉินตู เฉินตู-ลาซา ประสบความ สำเร็จเป็นครั้งแรก และปี 1965 ได้เปิดเส้นทางทางอากาศสู่ทิเบตอย่าง เป็นทางการ จนปัจจุบันนี้มีสายการบินบินสู่ทิเบตกว่า 10 เส้นทางจากทั่ว ทุกสารทิศ
การคมนาคมที่เจริญก้าวหน้านำมาซึ่งความเจริญสู่ชีวิตชาวทิเบต สังคม เจริญขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น จากรายได้ประชาชาติในปี 1963 จำนวน 3.27 ร้อยล้านหยวน ขึ้นมาสู่ 184.59 ร้อยล้านหยวนในปี 2003 และรายได้ประ ชาชาติเฉลี่ยต่อหัวจาก 241 หยวนในปี 1965 เป็น 6874 หยวนในปี 2003
|