ประวัติศาสตร์จีน-中国历史

ประวัติศาสตร์จีนยุคก้าวสู่จีนยุคใหม่-การเติบโตของพรรคคอมมิวนิสต์

 

 

ลองมาร์ช

การเดินทัพไกล (long march) ของกองทัพแดง

 

ในทศวรรษ 1927-1937 ประเทศจีนภายในการปกครองของกั๊วหมิงต่าง国民党ได้พยายามดำเนินทางการฑูตเพิ่มแก้ไขข้อตกลงและสนธิสัญญาที่เสียเปรียบต่าง ๆ รัฐบาลกระตือรือร้นที่จะพัฒนาประเทศสู่ความทันสมัย  โดยการปรับปรุงกฏหมาย  ควบคุมราคาสินค้า การชำระหนี้ การปฏิรูประบบธนาคารและการเงิน  การสร้างทางถนนและทางรถไฟ การปรับปรุงด้านสาธารณะสุข ออกกฏหมายเกี่ยวยาเสพติด การปรับปรุงเพิ่มผลผลิตด้านอุตสาหกรรมและการเกษตร ปฏิรูปการศึกษา เป็นต้น

 

ในระหว่างดำเนินการพัฒนาประเทศอยู่นั้น มีแรงกดดันหลายอย่างที่เป็นอุปสรรคบั่นทอนการบริหารงานของรัฐบาลเจี่ยงเจ้สือ หนึ่งในนั้นคือการเติบใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์

 

เหมาเจ๋อตง 毛泽东 ซึ่งเป็นพวกมาร์กซิสในช่วงเหตุการณ์ 4 พฤษภาฯ 五四运动(ขณะนั้นเหมาทำงานเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดในมหาวิทยาลัยเป่ยจิง (北大) มีความเชื่อมั่นอย่างสูงกับแนวทางการปฏิวัติของชาวนา เขาประกาศว่าการปฏิวัติของจีน จึงต้องอาศัยชนชั้นชาวนาแทนที่จะเป็นชนชั้นกรรมาชีพดังที่กล่าวไว้ในลัทธิมาร์กซ์เลนิน ถึงแม้จะประสบความล้มเหลวในเหตุการณ์การลุกฮือในฤดูใบไม้ร่วง 秋收起义 ในปี 1927 เหมาก็ยังคำทำงานร่วมกับชาวหน้าที่หูหนานอย่างต่อเนื่องโดยไม่รอการอนุมัตจากคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ จากนั้นในซ่างไห่上海 เหมาก็ได้จัดตั้งเขตงานพรรคคอมมิวนิสต์ ที่อาศัยฐานชาวนาตลอดแนวเขตรอยต่อระหว่างหูหนาน 湖南 กับเจียงซี江西  เมื่อเหมาจับมือกับจูเต๋อ 朱德(1886-1976)ผู้นำกำลังทหาร เหมาได้นำกองกำลังชาวนาทั้งหมดเข้าร่วมเป็นกองกำลังจรยุทธ์  ในฤดูหนาวปี 1927-28 เขาสามารถรวบรวมกำลังผลที่ผสมระหว่างชาวนาและกรรมกรถึง 10,000 คน

 

จูเต๋อกับเหมาเจ๋อตง

การประชุมประกาศจัดตั้งประเทศสาธารณะรัฐจีน-โซเวียตเมื่อปี 1931

 

เหมาได้รับการยอมรับมากขึ้นตามลำดับหลังจากที่ล้มเหลวจากเหตุการณ์การลุกฮือในฤดูใบไม้ร่วงในปี 1927 ซึ่งเป็นยทธวิธีที่พรรคคอมมิวนิสต์โซเวียตแนะนำให้ลุกฮือจากในเมือง ปลายปี 1931 เหมาประกาศจัดตั้งประเทศสาธารณะรัฐจีน-โซเวียต 中华苏维埃共和国 (The Chinese Soviet Republic) ในเจียงซี 江西โดยมีเหมาเป็นประธาน แล้วเหมาได้เชิญคณะกรรมการกลาง(Political Bureau)ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนมาที่เจียงซีโดยตั้งใจจะถอดถอนสถานะของเขาออก แต่เหมาก็ยังคงอยู่ในสถานะนั้นทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกของคณะกรรมการเลย

 

เส้นทางลองมาร์ช

เส้นทางการเดินทัพลองมาร์ชในแต่ละช่วงเวลา

 

ต้นปี 1930 คณะกรรมการกลางยังคงต่อต้านแนวนโยบายและการทหารที่ใช้กองกำลังชาวนา  และทางฝ่ายเจี่ยงเจ้สือก็รณณรงค์การกวาดล้างกองทัพแดงให้สิ้นซาก พรรคคอมมิวนิสต์ที่ควบคุมโดยเหมายิ่งเคลื่อนไหวหนักขึ้น การถอยล่นโดยการเดินทัพทางไกล 长征 จึงได้เริ่มขึ้นในเดือนตุลาคม 1934 โดยกองทัพแดงของเหมาและผู้สนับสนุนทั้งหลาย ทั้งหมดประมาณ 100,000 คน เดินทางไกล 12,500 กม.ผ่าน 11 จังหวัด18 เทือกเขา แม่น้ำ 24 สาย ในภาคตะวันตกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงเหนือ ระหว่างที่เดินทัพทางไกล ทางพรรคคอมมิวนิสต์ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งเหมาเป็นเลขาธิการพรรค  และให้ดำเนินยุทธวิธีการสงครามกองโจรต่อไป   การเดินทัพสิ้นสุดลงที่ส่านซี 陕西 ในปี 1935 ตุลาคม โดยมี กำลังพลเหลือรอดมา 8,000 คน   คอมมิวนิสต์จึงตั้งศูนย์บัญชาการที่เหยียนอัน 延安 ที่ซึ่งการเคลื่อนไหวของพรรคเติบโตอย่างรวดเร็วในสิบปีต่อมา การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของพรรคคอมมิวนิสต์มีปัจจัยหนุนทั้งภายในและภายนอก ปัจจัยที่น่าจะมีผลอย่างมากคือ ญี่ปุ่น ความขัดแย้งกับญี่ปุ่นนับตั้งแต่ปี 1930 จนสิ้นสุุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นกำลังสำคัญ(นอกเหนือจากคอมมิวนิสต์) ที่กัดกร่อนให้รัฐบาลชาตินิยมของเจี่ยงเจ้สือต้องอ่อนแอลง

 

เหมาเจ๋อตงกับเจียงไคเชคเหมาเจ๋อตงกับจูเต๋อ

(ซ้าย) เจียงไคเชคกับเหมาเจ๋อตง (ขวา) จูเต๋อกับเหมาเจ๋อตง

 

หน้าถัดไป งครามต่อต้านญี่ปุ่น>>>