|
ประวัติศาสตร์จีนยุคโบราณ อารยะธรรมจีนเริ่มต้นเมื่อใด ถ้าจะยึดตามตำนานจีนก็ต้องบอกว่ามันเริ่ม ประวัติศาสตร์หน้าจาก “ผานกู่” ซึ่งเป็นผู้สร้างจักรวาล ผู้เจ้าแผ่นดินและ ผู้นำอันชาญฉลาด(ในหมู่พระเจ้าแผ่นดินยุคโบราณที่เป็นที่รู้จักรคือ พระ เจ้าฮ๋วงตี้ 黄帝 หยาวตี้ เป็นต้น) ผู้ซึ่งสอนชาวจีนยุคโบราณรู้จักรการสื่อ สารระหว่างกัน หุงหาอาหาร เครื่องนุ่งห่มและสร้างที่อยู่อาศัย
์
ยุคเซี่ย 夏朝 (2000-1500 B.C.) ถือเป็นราชวงศ์แรกในยุคประวัติศาสตร์จีนโบราณ ก่อนที่นักโบราณคดีจะ ค้นพบหลักฐานในยุคโลหะในบริเวณอันหยาง 安阳 มลฑลเหอหนาน 河南 ในปี 1928 เราไม่สามารถแยกได้ว่าการก่อเกิดของราชวงศ์เซี่ยเป็น เพียงตำนานหรือเป็นเรื่องจริงในประวัติศาสตร์ แต่หลักจากนักโบราณคดี ได้ค้นพบหลักฐานโดยเฉพาะในทศวรรต 1960 และ 1970 ได้ค้นพบภา- ชนะทองเหลืองและหลุมฝังศพในบริเวณเดียวกับที่ระบุในหนังสือที่เขียน ไว้ตั้งแต่ยุคโบราณ เป็นการยืนยันชัดเจนกับการมีอยู่จริงของราชวงศ์เซี่ย เซี่ยเป็นยุคหัวเลี้ยวหัวต่อการพัฒนาวัฒนะธรรมแบบปลายยุคหินสู่วัฒนะ ธรรมจีนในยุคต่อมาในราชวงศ์ซาง
ยุคซาง 商朝 (1700-1027 B.C.) กล่าวกันว่าผู้ก่อตั้งราชวงศ์ซางเป็นผู้นำต่อต้านที่ค้นล้มราชวงศ์เซี่ย ความ เจริญในยุคนี้อยู่ที่การเกษตร การเลี้ยงสัตว์ที่ได้จากการล่า
การพัฒนาที่สำคัญที่สุดในยุคนี้คือ ระบบการเขียนหนังสือ เป็นการเขียน หนังสือโดยการแกะสลักลงบนกระดองเต่าหรือกระดูกสัตว์ที่เรียบแบนที่ เรียกว่า 甲骨文
อีกหนึ่งการพัฒนาที่สำคัญคือการทำภาชนะทองเหลือ ภาชนะเหล่านี้ได้ นำไปใช้ในงานพิธีต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย
อาณาจักรของซางส่วใหญ่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศจีน และมีเมือง หลวงตั้งอยู่ที่อันหยาง 安阳 ซึ่งเป็นเมืองที่มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างสุข สมบูรณ์ ในด้านการปกตรองนั้นกองทัพซางออกไปสู้รบกับแคว้นเพื่อน บ้านและพวกชนเผ่าเลี้ยงสัตว์เร่ร่อน ในด้านความเชื่อยังยึดถือการกราบ ไหว้บรรพบุรุษเป็นหลัก การค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีในส่วนของ หลุมศพพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งมีการนำเอาสิ่งของมีค่าจำนวนมากฝังรวมเพื่อ เตรียมไว้สำหรับชีวิตภพหน้าตามความเชื่อ
ยุคโจว 周朝 (1027-771 B.C.) ผู้ปกครองคนสุดท้ายยุคซางได้ใช้วิธีการอันโหดเหี้ยมกับประชาชน จนถูก โค่นล้มโดยหัวหน้าชนเผ่าโจว 周 ซึ่งตั้งรกรากอยู่ที่ที่ราบเว่ย 渭 ซึ่งคือ เมืองส่านซี 陕西 ในปัจจุบัน เมื่อสถาปนาอาณาจักรโจวแล้วได้ตั้งเมือง หลวงอยู่ที่เมืองก่าว 镐 ใกล้กับเมืองซีอาน 西安 หรือฉางอัน 长安 ยุคโจวถือเป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคโบราณ มีการยึดครอง พื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนเหมืองของแม่น้ำฉางเจียง 长江 แล้วนำเอาภาษา และประเพณีของสมัยซางไปใช้ร่วมกันกับพื้นที่ที่ยึดครอง จึงเป็นการกระ จายภาษาและประเพณีของซางไปสู่ทั่วดินแดงจีน
ยุคโจวเป็นยุคที่ปกครองนานที่สุดในยุคนี้ และในยุคนี้เองที่มีการก่อเกิด แนวคิดปรัชญาการปกครองเรื่อง “บัญชาสวรรค์” 天命 และเรียกผู้ปก- ครองว่า“โอรสสวรรค์” 天子 ซึ่งได้รับอาญาสิทธิจากสวรรค์ ปรัชญาใน การปกครองนี้ได้สืบต่อมาในยุคต่อ ๆ มา
ระบบศักดินาถูกนำมาใช้ในยุคโจว ด้วยการปกครองแบบกระจายอำนาจ แต่ระบบศักดินาในยุคโจวก็ไม่เหมือนกับระบบศักดินาในยุคกลางของยุ- โรป เนื่องจากการปกครองที่เรียกว่า proto-feudal หรือ 封建制度 เป็น การจัดรูปแบบการปกครองยึดแบบชนเผ่า จึงคำนึงถึงพงศ์เผ่าเชื้อสาย มากกว่าทางกฎหมาย
แต่ไม่ว่าระบบศักดินาแบบไหนก็ตามก็เสื่อมไปตามยุคสมัย เมื่อโจวยุคต่อ มามีความเจริญมากขึ้นทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ เมืองใหญ่มีความ เจริญและล้อมด้วยเมืองบริวาร ระบบศูนย์จึงถูกนำมาใช้เพื่อประสิทธิภาพ ในการควบคุมเมืองต่าง ๆ ระบบศักดินาจึงถูกแทนที่ด้วยระบบภาษีตาม ผลผลิตทางการเกษตร
ในปี 771 ก่อนคริสต์กาล โจวถูกพวกชนป่าเถื่อนรุกรานและฆ่ากษัตริย์ จากนั้นเมืองหลวงก็ถูกย้ายไปทางตะวันออกที่เมืองลั่วหยาง 洛阳 หรือ เหอหนาน 河南 ในปัจจุบัน จากการย้ายเมืองหลวงนี่เอง นักประวัติ- ศาสตร์จึงแบ่งยุคโจวออกเป็นยุคโจวตะวันตก (1027-771 ปีก่อนคริสต์- กาล) และยุคโจวตะวันออก (770-221 ปี ก่อนคริสต์กาล) หลังจากนั้น โจวก็ค่อย ๆ เข้าสู่ยุคเสื่อม ในยุคโจวตะวันออกยังแบ่งยุคย่อยอีกสอง ยุคคือยุคชุนชิว 春秋 ในช่วงปี 770-476 ปีก่อนคริสต์กาล และยุคต่อมา คือยุคจ้านกั๊ว 战国 ในช่วงปี 475-221 ปีก่อนคริสต์กาล
|