ศิลปะวัฒนธรรมจีน - ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมไทย-จีน

 

เม้ง ป.ปลาเปิดศูนย์ฯไทย-จีนเพื่อจรรโลงศิลปะแด่ชนรุ่นหลัง
荘姜隆成立泰中文艺中心为泰华裔后代


 

เม้ง ป.ปลา

 

 

 คุณอำพล เจริญสุขลาภ ชื่อนี้คงไม่เป็นที่รู้จักนัก นอกจากในแวดวงนักธุรกิจชาวจีน ย่านเยาวราช แต่ถ้าเอ่ยชื่อ “เม้ง ป.ปลา” เชื่อว่าหลายคนร้องอ๋อ...ทันที เนื่องจาก การเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับหน่วยงานหนึ่งในการรณณงค์ให้ประหยัด จนเป็นที่จดจำ ของผู้ชมทั้งเรื่องราวในเนื้อหา และตัวผู้แสดงเองหลังจากการโฆษณาชุดนั้นออกอากาศไป ชื่อขอ เม้ง ป.ปลา ก็เป็นที่รู้จักกันอย่าง กว้างขวาง สื่อต่าง ๆ ต่างโดยเฉพาะสื่อทีวี ต่างต้องการตัวเม้ง ป.ปลาออกรายการ ทำให้เราได้รู้จัก เม้ง ป.ปลา ในแง่มุมมากขึ้น อย่างน้อยก็รู้ว่า คุณอำพล หรือ เม้ง ป.ปลา เป็นครูสอนงิ้ว ซึ่งเป็นอุปรากรจีนแต่โบราณล่วงเลยมาหลายปี พวกเราไม่ได้เห็นผลงานโฆษณาจากคุณอำพล เจริญสุขลาภอีก เลย จนเมื่อช่วงวันตรุษจีนเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา  ผู้เขียนบังเอิญได้พบ คุณอำพลที่ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์  ซึ่งคณะงิ้ว เม้ง ป.ปลา กำลังแสดงงิ้วเรื่อง “เปาปุ้นจิ้น” อยู่ ผู้เขียนจึงถือโอกาสนัดหมายคุณอำพลเพื่อขอพูดคุยด้วยหลังจาก ที่การแสดงงิ้วจบลง แต่เนื่องจากคุณอำพลค่อนข้างจะมีงานรัดตัว กว่าจะได้มีโอ กาสพูดคุยก็ผ่านพ้นวันตรุษจีนไปหลายวันแล้ว

 

ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมไทย-จีน เพื่อจรรโลงศิลปะจีนแด่ชนรุ่นหลัง

 

 

บ่ายวันหนึ่ง ผู้เขียนได้ไปพบคุณอำพล เจริญสุขลาภ หรือ เม้ง ป.ปลา  ตามที่นัด หมายซึ่งได้รับการบอกกล่าวว่า เป็นสำนักงานของคุณอำพล บนถนนเยาวราช เมื่อ ไปถึงชั้น 4 อาคารเยาวราชเพลส ถึงทราบว่าเป็นสำนักงาน “ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรม ไทย-จีน” หรือ 泰中文化艺术中心 ซึ่งคุณอำพลก่อตั้งมาได้ 5 ปีแล้ว โดยจะ เป็นที่สอนและถ่ายทอดศิลปะการแสดง การร้องอุปรากรจีนหรืองิ้ว ซึ่งปัจจุบันนี้มี สมาชิกอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งจะมาพบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และถ่ายทอด ความรู้ในด้านศิลปะด้านนี้เป็นประจำทุกวันศุกร์

 

นอกเหนือจากกิจกรรมในศูนย์ฯแล้ว คุณอำพลยังรับหน้าที่เป็นอาจารย์พิเศษเพื่อ สอนงิ้วให้กับสถาบันต่าง ๆ เช่น คณะงิ้วการเมืองธรรมศาสตร์ โรงเรียนราชินี ซึ่งได้ แสดงถวายหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เป็นต้น การก่อตั้งศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมไทย-จีน ของคุณอำพล เจริญสุขลาภนั้น ตั้งมั่นใน เจตนารมณ์ที่จะจรรโลงศิลปะการแสดงงิ้วจีน ซึ่งเป็นศิลปะจีนโบราณชั้นสูงที่มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง 唐朝 เมื่อหลายพันปีก่อน ในสมัยนั้นแม้แต่ฮ่องเต้เองยังแต่งชุด งิ้วร่วมแสดงด้วย และจากการตรากตรำทำงานด้วยความมุ่งมั่งมาหลายปี และมีการ ปรับประยุกต์ให้เข้ากับวิถีคนไทย จึงมีการแสดงงิ้วภาษาไทยเป็นรายแรก จนจำนวน ผู้ชมงิ้วเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากมาย ทั้งผู้ชมที่เป็นลูกจีนและคนไทยเอง จากเดิมที่ เป็นห่วงกันว่า ผู้ชมจะค่อย ๆ ลดน้อยลงไปจนถึงกับทำให้ศิลปะแขนงนี้ต้องสูญหายไปกับผู้ชม

 

สำหรับด้านเนื้อหาของเรื่องนั้้น จากเดิมส่วนใหญ่จะนำเอาเกร็ดประวัติศาสตร์จีนมา แสดงเป็นหลัก แต่คุณอำพลกล่าวว่า ศิลปะต้องสามารถเข้าได้กับทุกสถานการณ์ ดังเช่นสมัยปฏิวัติวัฒนธรรม การแสดงงิ้วก็สามารถปรับเนื้อหาเข้ากับยุคอย่างไม่มีปัญหา สำหรับคณะงิ้วแม้ง ป.ปลา อาจนำเอาเนื้อเรื่องอย่าง “สุริโยไท” หรือเรื่องราว ของอินเดียมาแสดงก็ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ทั้งนั้น

 

เงินทุนสนับสนุนศูนย์ฯ
ต่อ คำถามว่าปัจจุบันทางศูนย์ฯได้รับเงินทุนสนับสนุนจากภาครัฐบ้างหรือไม่ คุณอำพลกล่าวว่าทางศูนย์ยังไม่เคยทำเรื่องขอเงินทุนสนับสนุนจากทางภาครัฐเลย ทุกวัน นี้จึงเป็นเงินทุนได้รับการบริจาคจากสมาชิกและผู้มีจิตศรัทธาที่มองเห็นคุณค่าของ กิจกรรมที่ทางศูนย์ดำเนินอยู่

 

แนวทางต่อไปในอนาคตของศูนย์
คุณอำพลตั้งใจที่จะให้ศูนย์ฯนี้เป็นแหล่งศึกษาศิลปะและวัฒนธรรมของจีนดังเจตนา รมณ์ ซึ่งในอนาคตอันใกล้ เมื่อมีความพร้อมด้านเงินทุนแล้ว ทางศูนย์จะเปิดสอน ภาษาจีน ดนตรีจีน เช่น เอ้อหู 二胡 กู่เจิง 古筝 เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันก็เป็นเครื่องดนตรีที่เล่นประกอบงิ้วอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน ทางศูนย์ยังมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ ทางประเทศจีน รวมทั้งการเยือนของศิลปินไปมาระหว่างสองประเทศอยู่เป็นระยะ ๆ ซึ่งในวันที่พบปะกันนั้น ก็ได้มีศิลปินจากกรุงปักกิ่งมาเยี่ยมเยือนถึงศูนย์ และยังร่วม ทำกิจกรรมกับสมาชิกด้วยความอบอุ่น

 

ย้ายที่ทำการศูนย์

ขณะนี้ทีทำการของศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมไทย-จีนได้ย้ายที่ทำการจากถนนเยาวราชไปที่ดาวคนองคอนโดมิเนียม (หลังโรงภาพยนตร์ดาวคนองเก่า) แล้ว