ศิลปะวัฒนธรรมจีน - วันเช็งเม้ง 清明节


 

 

วันเช็งเม้ง 清明节

 

 

เช็งเม้ง

 


เทศกาลเช็งเม้ง 清明节 (qing ming) เป็นเทศกาลโบราณที่มีประวัติความเป็นมานานกว่า 2000 ปี และถือเป็นเทศกาลสำคัญ 1 ใน 8 เทศกาล 八节 คือ ซั่งหยวน 上元 ชิงหมิงหรือเช็งเม้ง 清明 ลิเซี่ย 立夏, ตวนอู่ 端午,จงหยวน 中元, จงชิว 中秋, ตงจื้อ 冬至, และ ฉูซี 除夕 วันเช็งเม้งจะตรงกับปฏิทินทางสุริยคติในวันที่ 5 เมษายน

 

แต่ระยะเวลาสำหรับเทศกาลกำหนดค่อนข้างยาว มีการกำหนดสองแบบ คือ ก่อน 10 วันหลัง 8 วันกับ ก่อน 10 วันหลัง 10 วัน ถ้าจะพูดถึงเทศกาลเช็งเม้ง ก็ต้องย้อนกลับไปเทศกาลหนึ่งในยุคโบราณซึ่งปัจจุบันด้เลิกปฏิบัติไปแล้ว คือเทศกาลหานสือ 寒食节 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มของที่มาเช็งเม้งเทศกาลหานสือ(การรับประทานในฤดูหนาว) ยังเรียกว่า เทศกาลโสวสือ 熟食节(การรับประเทศอาหารสุก) หรือเทศกาลจิ้นเยียน(การห้ามก่อควันไฟ) หรือเทศกาลเหริ่ง (เทศกาลหนาว) ช่วงเวลาของเทศกาลจะห่างจะฤดูหนาว 105 วัน หรือห่างจากเทศกาลเช็งเม้ง 1-2 วัน ในช่วงเทศกาลดังกล่าว จะห้ามก่อไฟ จึงต้องรับประทานอาหารที่ปรุงสุกเตรียมไว้ก่อนแล้ว หรืออาหารที่เย็นชืด ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อเรียกเทศกาลเทศกาลหานสือ กล่าวกันว่ามีความเป็นมาตั้งแต่สมัยชุนชิว 春秋 ในแคว้นจิ้น晋国

 

เพื่อรำลึกถึงองค์ชายแคว้นจิ้นคือ เจี้ยจื่อ介子 และจ้งเอ่อ重耳 จ้งเอ่อได้ไปอยู่ในต่างแดนเสีย 19 ปี ในขณะที่เจี้ยจือได้สร้างผลงานให้กับประเทศชาติ แล้วเชิญจ้งเอ่อกลับมาเพื่อขึ้นครองบัลลังก์เป็นจิ้นเหวินกง晋文公 แล้วตนเองก็เข้าป่าไปปลีกวิเวกพร้อมด้วยคุณแม่ จิ้นเหวินกงทราบเข้า ก็ให้คนไปตามหา แต่หาเท่าไรก็ไม่พบ จึงใช้วิธีจุดไฟเผาป่าเพื่อบีบบังคับให้เจี้ยจื่อออกมา แต่ปรากฏว่าเจี้ยจื่อกับคุณแม่ได้กอดต้นไม้ใหญ่ไว้ยอมให้ไฟไหม้ตายโดยไม่ยอมออกจากป่า จิ้นเหวินกงเสียใจมาก จึงได้ออกคำสั่งให้เปลี่ยนชื่อภูเขาเหมี่ยนเป็นภูเขาเจี้ยเพื่อรำลึกถึงเจี้ยเจื่อ (ปัจจุบันคือภูเขาเจี้ยในอำเภอเจี้ยซิว 介休 ในมณฑลซานซี 山西 และยังออกคำสั่งให้วันที่เจี้ยจื่อถึงไฟไหม้ตายเป็นวันหานสือ และให้ถือปฏิบัติทุก ๆ ปี โดยไม่ให้ก่อไฟ กินข้าวเย็นแทน

 

หากแต่ว่าที่มาที่แท้จริงของเทศกาลหานสือ มาจากสมัยโบราณที่การก่อไป เนื่องจากฤดูต่างกัน ไม้ที่นำมาก่อไฟก็ต้องใช้ต่างกัน จึงมีประเพณีปฏิบัติเวลาเปลี่ยนฤดูก็มีการเปลี่ยนกองเพลิงกันใหม่ ฉะนั้นถ้าถึงฤดูใหม่ แต่ไฟใหม่ยังไม่มา ก็จะห้ามใช้ไฟโดยเด็ดขาด เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ในยุคนั้น ประชาชนจึงต้องตระเตรียมอาหารไว้ในช่วงที่ขาดไฟ หลังจากนั้นประเพณีปฏิบัตินี้ จึงมีการนำเอาตำนานที่เล่าลือกันของเจี้ยจื่อมาปะติดปะต่อกัน กลายเป็นเทศกาลหานสือ แต่เนื่องจากระยะเวลาเทศกาลหานสือนานนับเดือน การรับประทานอาหารที่เย็นชืดไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ภายหลังจึงมีการหดระยะเวลานั้นลงเหลือ 10 วัน 7 วัน 3 วัน จนเหลือ 1 วัน จนถึงสมัยราชวงศ์ถัง 唐 จึงกำหนดตรงกับวันเช็งเม้ง