|
เหลียงจู้ในแง่ของประวัติศาสตร์ ต่อคำถามที่ว่า แล้วเรื่องราวของเหลียงจู้เป็นเพียงนิยายรักประโลมโลก เท่านั้นหรือไม่ หรือว่ามันเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง จากชีวิตของคนที่ม ีเลือดเนื้อจริง ๆ เรื่องนี้ทางรัฐบาลท้องถิ่นของประเทศจีนได้ตั้งทีมโบราณ คดีศึกษาทางศิลปะวัฒนะธรรมของเหลียงจู้ขึ้นมา และเมื่อวันที่ 27 ตุลา- คม ค.ศ. 2003 ทางทีมงานได้ค้นพบแผ่นป้ายหน้าสุสานขนาดสูง 1.84 เมตร กว้าง 0.82 เมตร พร้อมกับจาลึกตัวอักษรจีนกว่า 800 ตัว ทางทีม งานสันนิษฐานว่า แผ่นป้ายนี้น่าจะทำขึ้นมาตอนปฏิสังขรณ์สุสานของ เหลียงซานป๋อสมัยราชหมิง เจิ้นเต๋อปีที่ 11 (ค.ศ.1516)แต่เนื่องจากเรื่อง ราวของเหลียงจู้มีการเล่าขานกันหลายเมืองทั่วประเทศจีน จึงมีการอ้างถึง การค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ อย่างสุสานมีการอ้างว่าค้นพบถึง เจ็ดแห่ง ศาลาอ่านหนังสือถึงสามแห่งและศาลเจ้าเหลียงซานป๋อหนึ่งแห่ง มันจึงเป็นการยากที่สรุปเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ แต่อย่างไรก็ตาม ทาง เมืองเจ้อเจียง 浙江ซึ่งเป็นเมืองที่กล่าวอ้างถึงในนิยาย และอ้างว่าได้ค้น พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เช่นหัวเสาหิน ภาชนะเครื่องใช้และสถานที่ อันเป็นบ้านของจู้ยิงถาย ก็ได้ยื่นเรื่องต่อสหประชาชาติ ให้ขึ้นทะเบียน เหลียงจู้ให้เป็นมรดกโลกใน ปี2005 นี้
โจวเอินไหล 周恩来 อดีตนายกรัฐมนตรีจีน เคยกล่าวถึงเรื่องเหลียงจู้ว่า “พวกเราต้องทำให้ศิลปะของชาวบ้านได้รับความนิยมจากชาวบ้าน ภายใน ศิลปะนั้นต้องเต็มไปด้วยจิตวิญญาณของชาวบ้าน และจิตวิญญาณชาว บ้านก็ดั่งที่ท่านประธานเหมา 毛主席เคยกล่าว คือ “สิ่งที่ชาวบ้านส่วน ใหญ่ชื่นชอบที่จะได้เห็น ได้ยิน....” “เหลียงจู้”ก็คือศิลปะดังว่าที่เต็มไป ด้วยจิตวิญญาณของชาวบ้าน ด้วยเหตุนี้เอง มันจึงได้รับความนิยมอย่าง แพร่หลายในหมู่เพลงพื้นบ้านของจีน รวมทั้งได้รับความนิยมในประเทศ อื่นๆ เพราะว่ามันไม่ได้เขียนถึงเฉพาะโศกนาถกรรมเท่านั้น มันยังเขียน ถึงสติปัญญา นี่แหละที่ีแสดงถึงคนจีนมีสติปัญญาอันนี้เป็นพลังขับเคลื่อน ให้ประชาชาติจีนคงดำรงอยู่ต่อ และเข้มแข็งขึ้นมา ฉะนั้นเหลียงจู้ของ พวกเรา จึงก้าวล้ำโรมิโอแอนด์จูเลียตของอังกฤษ เพราะว่าในโศกนาถ กรรมอย่างโรมิโอแอนด์จูเลียตไม่มีการใช้สติปัญญาเลย”
ภาพหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบเกี่ยวกับจู้ยิงถาย
|